เป็นอีกครั้งที่แฟน ๆ ลิเวอร์พูลต้องใจสลาย เมื่อทีมรักของพวกเขาไม่สามารถรักษาฟอร์มเก่งไว้ได้ ด้วยการพ่ายแพ้เป็นนัดที่ 3 ติดต่อกันในรายการแข่งขันทั้งหมด หลังถูกเชลซีประกาศชัยเหนือที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในผลลัพธ์ 2-1 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เกมครั้งนี้สร้างความผิดหวังอย่างมากให้กับแฟนบอล โดยเฉพาะเมื่อการแพ้ในครั้งนี้เป็นครั้งที่สามในยุคอาร์เน่อ ซล็อต ซึ่งไม่เพียงแต่หมายถึงการสูญเสียแต้มสำคัญ แต่ยังหมายถึงการเสียตำแหน่งจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีกทันที
ย้อนกลับไปยังช่วงเวลาเกมก่อนหน้านี้ ลิเวอร์พูลก็ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก เมื่อพ่ายคริสตัล พาเลซ 1-2 ในพรีเมียร์ลีกการพ่ายแพ้ครั้งนั้นสร้างความกระอักกระอ่วนให้กับทีม เมื่อถูก เอ๊ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ยิงประตูชัยในนาทีที่ 90+7 เรียกได้ว่าเป็นการเสีย 3 แต้มในช่วงท้ายอย่างเจ็บปวด
ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ลิเวอร์พูลกลับลงสนามในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบลีกเฟส พบกับกาลาตาซารายในตุรกี ผลการแข่งขันครั้งนั้นเป็นไปอย่างน่าผิดหวัง เมื่อโดมินิค โซบอสซ์ไล ทำฟาวล์เสียจุดโทษจนพ่ายไป 0-1 ทำให้คะแนนในตารางของกลุ่มอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องลุ้นหนัก
สำหรับการแข่งขันล่าสุดที่พบกับเชลซี เพื่อนบ้านทางฝั่งลอนดอน หลายฝ่ายเชื่อว่าเกมนี้อาจจะเป็นโอกาสให้ลิเวอร์พูลกลับมาเก็บคะแนนอีกครั้ง เนื่องจากสถานการณ์ในทีมเชลซีที่มีปัญหานักเตะเจ็บหลายราย โดยเฉพาะแนวรับที่ขาดประสบการณ์ อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูลยังคงรับมือไม่ไหว แม้มอยเซส ไคเซโด้ จะทำประตูพาเชลซีขึ้นนำไปก่อนในนาทีที่ 14 และโคดี้ กัคโป จะมาตีเสมอในช่วงนาทีที่ 63
แต่ช่วงสุดท้ายของเกมกลับเป็นฝันร้ายของลิเวอร์พูล เมื่อวิลเลี่ยน เอสเตเวา กลายเป็นฮีโร่ในนาทีที่ 90+5 ด้วยการยิงประตูให้เชลซีคว้าชัย ทำให้แฟนบอลเลือดกรดยังไม่สามารถเฉลิมฉลองอะไรได้ในเร็ววันนี้ ความพ่ายแพ้ในเกมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ นอกจากจะเป็นการพ่ายแพ้ติดต่อเป็นเกมที่ 3 ในยุคอาร์เน่อ ซล็อตแล้ว ยังทำให้แฟน ๆ ต้องรอคอยการหวนคืนของฟอร์มเก่งที่เคยสร้างความประทับใจในฤดูกาลที่ผ่านมา

