แม้ไม่ถึงขั้นสูญพันธุ์ แต่ทีมตัวแทน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่พาเหรดกันเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2025/26 มากถึง 6 สโมสร ส่อแววจะได้ไปต่อรอบ 8 ทีม แค่ 1-2 รายเท่านั้น จากการที่ล่าสุดเมื่อวันพุธ 11 มี.ค. 2569 ทั้ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี ต่างก็พ่ายแพ้อย่างย่อยยับในเลกแรก
วันอังคารที่ผ่านมา ทีมอังกฤษที่ลงเล่นก่อน ทั้ง ลิเวอร์พูล และ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ต่างก็พ่ายแพ้ หรือ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ก็พลาดท่าเสียจุดโทษอึดใจสุดท้าย จนได้ผลเสมอกับ บาร์เซโลน่า
ต่อมาในคืนวันพุธ อาร์เซน่อล ลงเล่นคู่เร็วสุดด้วยการออกไปเยือน ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ที่เยอรมนี ซึ่งอันที่จริงแล้ว เลเวอร์คูเซ่น กำลังอยู่ในช่วงผลงานแกว่ง ชนะนัดเดียวจากระยะ 5 เกมหลัง
แต่ปรากฏว่า เลเวอร์คูเซ่น ขึ้นนำก่อนจากลูกโขกเตะมุมของ โรเบิร์ต อันดริช น.46 และ อาร์เซน่อล ทำดีที่สุดเพียงไล่ตามตีเสมอช่วงท้ายเกม จากลูกจุดโทษในนาที 89 ซึ่ง ไค ฮาแวร์ตซ์ ยิงเข้าไปไม่พลาด จบเกมที่ 1-1
คู่เอกที่ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว เป็นเกมระหว่าง เรอัล มาดริด กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งในรอบลีกเฟสที่ผ่านมา แมนฯ ซิตี้ บุกมาชนะที่นี่ได้ด้วยสกอร์ 2-1 และในวันนี้่ มาดริด มีปัญหาเรื่องสภาพทีมอยู่ชัดเจน ขาดหายทั้ง คีลิยัน เอ็มบัปเป้, โรดรีโก้ โกเอส, จู๊ด เบลลิงแฮม, เอแดร์ มิลิเตา และ อัลบาโร่ การ์เรราส
อย่างไรก็ตาม เป็น เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ ตะบันแฮตทริกตั้งแต่ครึ่งแรก พัง 3 ประตูรวดในนาทีที่ 20, 21 และ 42 ให้ มาดริด ฉีกสกอร์กระจาย 3-0
แง่ดีอย่างเดียวของ แมนฯ ซิตี้ ในเกมนี้ คือการที่ จานลุยจิ ดอนน่ารุมม่า เซฟจุดโทษของ วินิซิอุส จูเนียร ในครึ่งหลัง เอาไว้ได้ ช่วยไม่ให้สกอร์เพิ่มเป็นลูกที่ 4 แต่ถึงกระนั้น เรอัล มาดริด ก็ปิดเกมคว้าชัยสวยๆ 3-0
ด้าน เชลซี ลงสนามด้วยการบุกไปเยือนแชมป์เก่า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่เพิ่งจะแพ้เกม ลีก เอิง ต่อ โมนาโก มาเมื่อสุดสัปดาห์ โดยนัดนี้ เลียม โรซีเนียร์ เลือกใช้ ฟิลิป ยอร์เกนเซ่น เป็นนายประตูตัวจริง
ผลออกมาแม้ เชลซี จะพยายามสู้เต็มที่ ไล่ตามตีเสมอ 2 หน จากทั้ง มาโล กุสโต้ น.28 และ เอ็นโซ เฟร์นานเดซ น.57 หลังจาก แบร๊ดลี่ย์ บาร์โคล่า น.10 กับ อุสมัน เดมเบเล่ น.40 ยิงให้กับ ปารีสฯ ขึ้นนำนั้น แต่ท้ายสุด เจ้าบ้านมาบวกเพิ่มถึง 3 ประตู ในช่วง 15 นาทีสุดท้าย
น.74 ฟิลิป ยอร์เกนเซ่น จ่ายบอลพลาดติดบล็อก เสร็จ วิตินญ่า เคาะเข้าประตูไปเป็น 3-2, น.86 ควิช่า ควารัตสเคเลีย สังหารเป็น 4-2 และ น.90+4 จังหวะสวนกลับสุดเฉียบคมนำมาซึ่งลูกปิดกล่อง 5-2 ของ ควารัตสเคเลีย คนเดิม
ทั้ง แมนฯ ซิตี้ และ เชลซี จะกลับมาเล่นในบ้านตัวเอง วันอังคารหน้า 17 มี.ค. โดยต้องเอาชนะคู่แข่งด้วยความห่าง 3 ประตูขึ้นไป ทั้งสิ้น
สำหรับอีกคู่ โบโด/กลิมท์ ทีมของนอร์เวย์ ยังคงสร้างผลงานสุดยอดต่อไปไม่เว้นวรรค เปิดรังเหย้าสนามหญ้าเทียม ต้อนชนะ สปอร์ติ้ง ลิสบอน จากโปรตุเกส ถึง 3-0 ด้วยประตูของ ซอนเดร บรุนสตัด เฟ็ต (จุดโทษ) น.32, โอเล่ บลอมเบิร์ก น.45+1 และ แคสเปอร์ วาร์ตส์ โฮจ น.71

