เมื่อค่ำคืนแห่งการดวลแข้งในสังเวียน ซานติอาโก้ เบร์นาเบว เริ่มขึ้น สาวกของเรอัล มาดริด ตั้งความหวังว่าจะได้เห็นอีกแมตช์ที่แข็งแกร่งจากทีมรักของพวกเขา แต่กลิ่นของความพ่ายแพ้ที่ไม่คาดคิดก็ค่อยๆ กระจายตัว เมื่อลงเล่นเกม ลา ลีกา ล่าสุดในคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ทัพราชันขาวได้พ่ายแพ้ต่อ เคตาเฟ่ ด้วยสกอร์สุดเซอร์ไพรส์ 0-1
ตลอด 18 ปีที่ผ่านมา เรอัล มาดริด ยืนหยัดด้วยความมั่นใจว่าเคตาเฟ่ไม่เคยปราบในบ้านได้เลย แต่ในคืนนี้ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป ด้วยการคุมทีมของกุนซือชั่วคราว อัลบาโร่ อาร์เบลัว ที่ยังขาด คีลิยัน เอ็มบัปเป้ นักเตะดาวเด่นที่ได้รับบาดเจ็บ การทำเกมของเรอัล มาดริด ดูเหมือนจะขาดความดุดันและความเฉียบคมในการจบสกอร์
แม้การยิงประตูจะมีโอกาสมากมายจากการผสานของนักเตะฝีเท้าปราดเปรียวอย่าง วินิซิอุส จูเนียร์, อาดาร์ กูแลร์, ฟรังโก้ มาสตันตูโอโน่, และ ออเรเลียง ชูอาเมนี่ แต่ลูกบอลกลับไม่สามารถผ่านเข้าตุงตาข่ายได้สักครั้ง
ผิดกับเคตาเฟ่ที่มาโดยไม่มีใครคาดคิดว่าในนาทีที่ 39 ของครึ่งแรก มาร์ติน ซาตริอาโน่ ได้ซัดวอลเลย์จากหน้าเขตโทษลูกแรกเข้าไปอย่างงดงาม กลายเป็นประตูชัยที่ทำให้เคตาเฟ่ยืดอกกลับบ้านด้วยความภาคภูมิ
ความปราชัยนี้หมายถึงเป็นครั้งแรกที่เรอัล มาดริดพ่ายแพ้ให้เคตาเฟ่คาบ้านตั้งแต่ปี 2008 โดยความพ่ายแพ้ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความผิดหวังให้กับแฟนบอลเท่านั้น
แต่ยังทำให้ราชันชุดขาวตามหลังจ่าฝูง บาร์เซโลน่า ออกไปเพิ่มเป็น 4 แต้มในตารางคะแนนลีกอีกด้วย เส้นทางการกลับมาสู่จุดสูงสุดนั้นยากยิ่งขึ้น แต่เส้นทางสู้ต่อยังไม่จบแค่นี้แน่นอน!

